ซีเนอดีน ซีดาน อดีตยอดนักเตะชื่อก้องโลก ให้นิยาม ริเบรี่ ว่า "เป็นอัญมณีน้ำงามแห่งวงการฟุตบอลฝรั่งเศส" ขณะที่ เธียร์รี่ อองรี ยกย่องเขาว่า "เป็นเหมือนฝันร้ายของกองหลังทุกคน" ซึ่งแค่ 2 คนนี้ออกมาพูดก็มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่ามิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้จะกลายเป็นหนึ่งในทำเนียบตำนานนักเตะในอนาคตได้แบบไม่ยากเย็น
ย้อนกลับไปในวัย 2 ขวบ เด็กชายฟรองค์ และพ่อแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง จนทำให้เขามีรอยแผลเป็นที่ใบหน้ามาจนถึงทุกวันนี้ แต่โชคยังดีที่ไม่เป็นอันตรายถึงขั้นพิการเพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มี "นิว ซีดาน" ดังเช่นวันนี้ ส่วนชีวิตครอบครัวในปัจจุบัน ริเบรี่ แต่งงานแล้วกับวาฮิบา ซึ่งมีเชื้อสายอัลจีเรีย และนั่นทำให้เขาต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามด้วย โดยทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 2 คนชื่อ ฮิซย่า และ ชาฮิเนซ
แม้ว่าจะมีรูปร่างที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมอาชีพทั่วไป แต่ ริเบรี่ ก็ชดเชยด้วยความเร็วและเซนส์บอลอันยอดเยี่ยม รวมถึงการผ่านบอลอันเฉียบขาดหรือแม้แต่การทำประตูเองก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งหลังจากที่ผ่านมาทั้งช่วงเวลาที่ดีและร้ายในเส้นทางการค้าแข้ง ดูเหมือนว่าตอนนี้ ริเบรี่ จะลงตัวแล้วกับการเป็นจอมทัพให้กับ "เสือใต้"
นักเตะเจ้าของความสูงเพียง 171 ซม. เริ่มเป็นที่รู้จักนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นกับ เม็ตซ์ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ กาลาตาซาราย ในลีกตุรกี เมื่อเดือนม.ค. 2005 ด้วยสัญญา 3 ปีครึ่ง ก่อนจะช่วยพาทีมคว้าแชมป์เตอร์กิช คัพ 2005 ด้วยการทำประตูสำคัญ 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะช่วยยิง 1 จ่าย 1 ในเกมที่เอาชนะ เฟเนร์บาห์เช่ ในนัดชิงดำ
ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมดังกล่าวทำให้แฟนบอลกาลาตาซาราย ยกให้ ริเบรี่ เป็นฮีโร่คนใหม่ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตั้งนิคเนมให้ว่า "แฟร์ร่า ริเบรี่" และ "เฟอร์รารี่" อันสื่อถึงความเร็วของเขานั่นเอง
อย่างไรก็ตาม หลังจบฤดูกาล 2004/05 ดาวเตะเลือดน้ำหอม ก็สร้างความแค้นเคืองให้กับกองเชียร์กาลาตาซาราย เมื่อเขาตัดสินใจฉีกสัญญากับต้นสังกัด และย้ายไปร่วมทีมโอลิมปิก มาร์กเซย หลังเล่นในลีกไก่งวงได้แค่ 5 เดือน และนั่นก็ทำให้ทีมดังของตุรกี ต้องยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) เพื่อเรียกค่าชดเชยมูลค่า 10 ล้านยูโร (ราว 500 ล้านบาท) หลังจากที่ฟีฟ่าไม่รับคำร้องของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2007 ซีเอเอส ก็ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของกาลาตาซารายในที่สุด
หลังจากที่ย้ายมาเล่นให้กับ มาร์กเซย แล้ว ริเบรี่ ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นกำลังสำคัญให้ทีมโอเอ็ม ได้เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และในฤดูกาล 2006-07 มาร์กเซย ก็จบด้วยการเป็นรองแชมป์ลีก เอิง โดย เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศส มีสถิติทำ 14 ประตู ในการลงสนาม 68 นัดรวมทุกถ้วย ตลอด 2 ฤดูกาลที่อยู่กับโอแอ็ม
ความเร็ว พละกำลัง ทักษะ การจ่ายบอลสวยๆ ทำให้ ริเบรี่ กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ที่เด่นที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้าย ที่ประเทศเยอรมัน และสุดท้ายก็กลายเป็น "เสือใต้" ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ ที่ทุ่มเงินซื้อตัวเป็นสถิติสูงสุดของบุนเดสลีก้าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2007 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 1,250 ล้านบาท)
ริเบรี่ ได้สวมเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเคยเป็นของ เมห์เม็ต โชลล์ อดีตตำนานของบาเยิร์น ที่เพิ่งแขวนสตั๊ด โดยดาวเตะเลือดน้ำหอม ประเดิมสนามนัดแรกให้กับต้นสังกัดใหม่ในเเกมอุ่นเครื่องกับเอฟที เกิร์น ซึ่ง "เสือใต้" ถล่มแหลก 18-0 และ ริเบรี่ ทำได้ 2 ประตู ส่วน เกมอย่างเป็นทางการนัดแรก เป็นการพบกับแวร์เดอร์ เบรเมน ในรอบแรกของเยอรมัน ลีก คัพ โดยเขาทำได้ 2 ประตูและช่วยให้ บาเยิร์น ชนะไป 4-1 จากนั้น ก็ทำอีกประตูให้ทีม เอาชนะ สตุ๊ตการ์ท แชมป์บุนเดสลีก้า 2-0 ในรอบตัดเชือก แต่ในรอบชิงชนะเลิศ ริเบรี่ โชคร้ายมีอาการบาดเจ็บทำให้ไม่ได้ลงสนาม แต่ลูกทีมของ อ๊อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ ก็ยังคว้าแชมป์ไปครองได้ด้วยการชนะ ชาลเก้ 1-0
ริเบรี่ อยู่กับทีมเสือใต้มา 2 ฤดูกาล สร้างผลงานนักเตะระดับเวิร์ลดคลาสกับทีม และ คว้าแชมป์เดเอฟเอ โพคาล เมื่อปี 2007 และได้แชมป์ลีก กับแชมป์เยอรมัน คัพ มีอีกในฤดูกาล 2008 ซึ่งทำให่ฟรองค์ กลายเป็นนักเตะหน้าตาไม่ดีที่เนื้อหอมที่สุดในโลก ในขณะนี้
ด้าน ผลงานกับทีมชาตินั้น ริเบรี่ ติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2006 ในเกมที่ฝรั่งเศส ชนะ เม็กซิโก 1-0 หลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน ดาวิด เทรเซเก้ต์ ในนาทีที่ 74 ก่อนจะได้เป็นตัวจริงครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ปีเดียวกัน ในเกมที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์
ส่วน ประตูแรกกับทีม "ตราไก่" นั้น ริเบรี่ ทำได้ในเกมที่ช่วยให้ทีมตีเสมอ สเปน 1-1 ก่อนที่ฝรั่งเศส จะเอาชนะไป 3-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะช่วยให้ทีมผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และไปพ่ายให้กับ อิตาลี ในที่สุด
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
| ชื่อ | : | ฟรองค์ บิลาล ริเบรี่ |
| วันเกิด | : | 1 เมษายน 1983 |
| เกิดที่ | : | บูล็องญ์-ซูร์-แมร์, ฝรั่งเศส |
| ตำแหน่ง | : | มิดฟิลด์ตัวรุก / ปีก |
| ส่วนสูง | : | 171 ซม. |
| สโมสรปัจจุบัน | : | บาเยิร์น มิวนิค |
| หมายเลขเสื้อ | : | 7 |
| สโมสรอาชีพ |
ปี
|
สโมสร
|
ลงเล่น
|
ประตู
|
| 2001 - 2002 | บูล็องญ์ | 24 | 5 |
| 2002 - 2003 | โอลิมปิค อาแลส | 18 | 1 |
| 2003 - 2004 | สต๊าด เบรตัวส์ | 35 | 5 |
| 2004 - 2005 | เม็ตซ์ | 14 | 0 |
| 2005 | กาลาตาซาราย | 20 | 1 |
| 2005 - 2007 | มาร์กเซย | 60 | 11 |
| 2007 - ปัจจุบัน | บาเยิร์น มิวนิค | 53 | 20 |
| ทีมชาติ | |||
| ปี 2006-ปัจจุบัน | ฝรั่งเศส | 38 | 7 |
- คว้าแชมป์เตอร์กิช คัพ 2005 กับ กาลาตาซาราย
- แชมป์อินเตอร์โตโต้ คัพ 2005 กับ โอลิมปิก มาร์กเซย
- นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของลีก เอิง ฝรั่งเศส ในปี 2006 กับ โอลิมปิก มาร์กเซย
- รองแชมป์เฟร้นช์ คัพ 2006 กับ โอลิมปิก มาร์กเซย
- รองแชมป์เฟร้นช์ คัพ 2007 กับ โอลิมปิก มาร์กเซย
- รองแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 กับทีมชาติฝรั่งเศส
- แชมป์ลีกา โพคาล 2007 กับ บาเยิร์น มิวนิค
- นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2007 ของฝรั่งเศส




































